ข่าวและกิจกรรม
ใส่คำที่ต้องการค้นหา เริ่มต้น สิ้นสุด
search
  •            ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน
    10/05/2012
     
     
    ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน • ล้ำยุคด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ i-MID, Eco Assist และปุ่ม ECON พร้อมด้วยห้องโดยสารดีไซน์ ล้ำสมัยแบบ Futuristic Cockpit • ซีวิค โฉมใหม่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเอธานอล E85 ได้ • ราคาเริ่มต้นเพียง 773,000 บาท เปิดจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
     
    • ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน
      ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน
      ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน
      ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน
      ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน
      ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน
       
       
        ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค โฉมใหม่ ชูเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตั้งเป้าขาย 35,000 คัน • ล้ำยุคด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ i-MID, Eco Assist และปุ่ม ECON พร้อมด้วยห้องโดยสารดีไซน์ ล้ำสมัยแบบ Futuristic Cockpit • ซีวิค โฉมใหม่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเอธานอล E85 ได้ • ราคาเริ่มต้นเพียง 773,000 บาท เปิดจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
       

      กรุงเทพฯ – วันที่ 10 พฤษภาคม 2555: บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
      ประกาศเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเป็นการปรับโฉมตลอดทั้งคันเน้น
      ทุกรายละเอียดสู่ความสมบูรณ์แบบ รวบรวมความโดดเด่นของซีวิคแต่ละเจนเนอเรชั่น
      ที่ลูกค้าทั่วโลกชื่นชอบมาไว้ในซีวิครุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งดีไซน์เฉียบคมล้ำยุค ครบครันด้วย
      เทคโนโลยีอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นรุ่นแรกของฮอนด้าที่สามารถใช้
      น้ำมันเชื้อเพลิงเอธานอล E85 มีจำหน่าย 5 รุ่น ราคาตั้งแต่ 773,000 ถึง 1,124,000 บาท
      ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 35,000 คันในหนึ่งปี

      นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
      เปิดเผยว่า “ฮอนด้า ซีวิค ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เคียงคู่กับธุรกิจฮอนด้า
      ทั่วโลกมายาวนานกว่า 40 ปี และเป็นนวัตกรรมยานยนต์รุ่นแรกๆ ที่ฮอนด้านำสู่ตลาดมาตั้งแต่
      ปี 1972 จนถึงปี 2011 โดยยอดจำหน่ายรวมทั่วโลกของฮอนด้า ซีวิค สูงกว่า 20,700,000 คัน”

      ผลจากความมุ่งมั่นพัฒนาของทีมวิศวกรของซีวิคแต่ละรุ่น ที่ยึดถือความต้องการของผู้ใช้รถ
      เป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการคิดค้น ส่งผลให้ซีวิคเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์
      ที่คุ้มค่า ทั้งในเรื่องของสมรรถนะที่ดีเยี่ยมมีนวัตกรรมที่นำกระแสโลก ทั้งในเรื่องของ
      การประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้ซีวิคกลายเป็นรถยอดนิยมของลูกค้า
      ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก
      มาโดยตลอด

      “ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่นี้เป็นซีวิคเจนเนอเรชั่นที่ 9 ซึ่งได้รวบรวมความโดดเด่นของทุก
      เจนเนอเรชั่น มาต่อยอดการพัฒนาให้ล้ำสไตล์ด้านดีไซน์ ทั้งภายในและภายนอก ครบครัน
      ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ให้ความสนุกในการขับขี่ จนถึงประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
      จากจุดเด่นในหลายๆ มิตินี้ ทำให้ ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ สามารถก้าวขึ้นสู่ความเป็นรถคอมแพ็ค
      ซีดานที่ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งในทุกตลาดที่มีการเปิดตัวไปแล้ว” นายพิทักษ์กล่าว


      ด้าน มร. มิตซูรุ โฮริโกชิ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนาซีวิคใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด
      (ประเทศญี่ปุ่น) เปิดเผยว่า การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของซีวิคใหม่ใช้แนวคิด “เรียบ
      มีพลัง” ในขณะที่การออกแบบภายในอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด “ฉลาด ล้ำยุค” เพื่อให้ผู้ขับขี่ซีวิค
      โฉมใหม่ได้ความรู้สึกเรียบ หรู ทรงพลัง และมีความสนุกในการขับขี่

      การออกแบบซีวิคใหม่ในระดับ Top-Class ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน เหนือชั้นด้วย
      เทคโนโลยีอัจฉริยะ

      •    รูปลักษณ์เฉียบ:  การออกแบบภายนอกมีโครงสร้างแบบ Mono form ผสานดีไซน์เฉียบคม
           ทุกเส้นสาย ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสารมีความล้ำสมัยแบบ Futuristic cockpit
      •    เทคโนโลยีอัจฉริยะ:  ครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่ล้ำหน้า อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ หรือ
            i-MID (Intelligent Multi-Information Display) เป็น smart interface ที่ผู้ขับขี่สามารถ
           ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ อย่างสมบูรณ์แบบตามความต้องการของผู้ขับขี่ รวมไปถึง
           ระบบ Eco Assist ซึ่งช่วยแนะนำการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน
      •    ระบบความปลอดภัย:  ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ G-Force Control (G-CON) ที่เหนือชั้น
           ของฮอนด้า ซึ่งลดระดับความเสียหายอันเป็นผลมาจากการชน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบ
           ความปลอดภัยมาตรฐานมากมาย เช่น ถุงลมคู่หน้าDual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ
           i-Side Airbags ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability
           Assist™ (VSA®) และระบบบังคับเลี้ยวพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ (Motion Adaptive
           Electric Power Steering) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมทิศทางของตัวรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลด
           การเกิดอาการหน้าดื้อโค้งหรือท้ายปัดได้
      •    เครื่องยนต์:  มี 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์
           SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 1.8 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงในเรื่องของการลดแรง
           เสียดทานของชิ้นส่วน มีมลพิษในไอเสียต่ำลง และเพิ่มความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
           นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับน้ำมัน E85 ได้ ทั้งยังมีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำตามมาตรฐาน
           EURO4

      ฮอนด้า ซีวิค ทุกเจนเนอเรชั่นเป็นรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นล้ำหน้ากว่าผู้อื่น ด้วยดีไซน์ที่
      เฉียบคม แนวสปอร์ตผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย สะท้อนบุคลิกของผู้นำเทรนด์ของกลุ่มผู้ใช้ซีวิค
      มาโดยตลอด และสำหรับฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ ซึ่งมีความล้ำสมัยในทุกองค์ประกอบ สามารถ
      ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้นำเทรนด์ในยุคนี้ ที่ให้ความสำคัญกับการติดต่อสื่อสารผ่านสังคม
      ออนไลน์หรือเราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Gen-C (Generation of Content)

      สำหรับการเผยโฉมอย่างไม่เป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
      ที่ผ่านมานั้น ซีวิค โฉมใหม่ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีมากจากผู้ชมงานทำให้มียอดจองจาก
      ทั่วประเทศก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสูงกว่า 5,000 คัน

      สำหรับแคมเปญการตลาด ฮอนด้าได้วางกิจกรรมไว้ครบทุกมิติทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ภายใต้
      คอนเซ็ปท์ “Progressive Soul ทุกรายละเอียดสู่ความสมบูรณ์แบบ” เพื่อสื่อสารให้กลุ่ม
      เป้าหมายได้เห็นถึงการผสานเทคโนโลยีทางยานยนต์อันล้ำสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัวและ
      สมบูรณ์แบบ ทั้งยังสามารถให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นกว่าใคร โดยภาพยนตร์โฆษณา
      จะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นไป

      ฮอนด้า ซีวิคโฉมใหม่ มีให้เลือก 5 รุ่น ในระดับราคาที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น

      •    รุ่น 1.8S MT ราคา 773,000 บาท และ 1.8S AT ราคา 828,000 บาท มาพร้อมไฟหน้าแบบ
           โปรเจคเตอร์ ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ  ปุ่ม ECON มาตรวัดระบบ MultiplexMeter  พร้อม
           ระบบเรืองแสง หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น
           ที่มีสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง ช่องเชื่อมต่อ USB ช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์
           ต่อพ่วง กุญแจรีโมทมัลติฟังก์ชั่น พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะที่นั่งเป็นเบาะผ้า
           ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และ
           ล้ออัลลอย 15 นิ้ว
      •    สำหรับรุ่น 1.8E AT ราคา 909,000 บาท และ 1.8 E AT Navi ราคา 964,000  บาท
           ไฟตัดหมอกคู่หน้า วัสดุหุ้มเบาะเป็นเบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า
           ได้ 8 ทิศทาง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง
           พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
           ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ วิทยุ-ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย
           (Bluetooth) ระบบนำทางเนวิเกเตอร์พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี และกล้องส่องภาพด้านหลัง
           (เฉพาะรุ่น 1.8 E AT Navi) และล้ออัลลอย 16 นิ้ว
      •    รุ่น 2.0EL AT Navi ราคา 1,124,000 บาท มีอุปกรณ์โดดเด่นเพิ่มเติมจากรุ่นอื่นๆ อาทิ
           ไฟหน้าแบบ HID พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ
           (Honda Smart Key System) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition
           System) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ระบบนำทางเนวิเกเตอร์
           พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีและกล้องส่องภาพด้านหลัง ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags
           ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA ที่มาพร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว

      ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีน้ำตาลเออร์เบิน
      ไทเทเนียม (เมทัลลิก) ซึ่งเป็น 2 สีใหม่ นอกจากนี้ ยังมีสีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโพลิชเมทัล
      (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวทาฟเฟต้า สำหรับสีภายในห้องโดยสาร
      รุ่น 1.8L จะเป็นสีเบจ และรุ่น 2.0L เป็นสีดำ ลูกค้าที่สนใจสามารถชมรถได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

      สำหรับความคาดหวังจากตลาด นายพิทักษ์ กล่าวว่า “ด้วยความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ
      ผมเชื่อมั่นว่า ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากตลาด และก้าวขึ้นเป็น
      รถคอมแพคซีดานยอดนิยมในไม่ช้า ดังเช่นที่ผ่านมา โดยเราคาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 35,000
      คันภายในหนึ่งปี”

      “จากความผูกพันกับสังคมไทยที่มีมายาวนานถึง 48 ปี และน้ำใจที่คนไทยมอบให้กับฮอนด้า
      ในทุกช่วงวิกฤติล้วนเป็นพลังที่ผลักดันให้ฮอนด้าฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ และพร้อมที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์
      นวัตกรรมยานยนต์ที่มีคุณภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบแทนทุกความเชื่อมั่น
      ของลูกค้าที่มีให้กับฮอนด้าอย่างไม่เปลี่ยนแปลง และคงความเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบ
      มากที่สุด ฮอนด้าขอย้ำพันธสัญญาที่จะอยู่เคียงข้างสังคมไทยตลอดไป ซึ่งนับจากนี้ จากการ
      จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกๆ หนึ่งคัน บริษัทจะสมทบ 1,000 บาท เข้ากองทุนฮอนด้าเคียงข้าง
      ไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินในยามที่ประเทศไทย
      อาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคตต่อไป” นายพิทักษ์กล่าวทิ้งท้าย

      เกี่ยวกับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
      บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มีโรงงานผลิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ 530 ไร่ ในสวน
      อุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่เป็นอันดับหกของ
      โรงงานฮอนด้าทั่วโลก รองจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน แคนาดาและสหราชอาณาจักร และ
      เป็นหนึ่งในโรงงานที่ก้าวหน้าที่สุดและทันสมัยที่สุดในโลกของฮอนด้าทั้งในด้านเทคโนโลยี
      การผลิต มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการออกแบบสายการผลิตที่เหมาะสมกับการทำงาน
      ของพนักงาน  ปัจจุบัน มีการจ้างงานพนักงานรวมกว่า 6,400 คน และมีกำลังผลิต 240,000
      คันต่อปี ผลิตรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่ บริโอ้ แจ๊ซ ซิตี้ ซีวิค แอคคอร์ด และซีอาร์-วี
      สำหรับจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ กว่า 56 ประเทศทั่วโลก

      “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้า
      ประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉิน
      ยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในวันข้างหน้า โดยมอบเงินสมทบ
      1,000 บาทต่อการขายรถยนต์หนึ่งคัน  100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน และ 10 บาท
      ต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์หนึ่งเครื่อง การสมทบรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เข้าไว้ใน
      กองทุนอย่างเป็นระบบจะทำให้ฮอนด้าสามารถสำรองเงินไว้ใช้ในกิจกรรมบรรเทาทุกข์ ตลอดจน
      การเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีซึ่งคาดว่าในปีแรกนี้จะมีเงิน
      สมทบเข้ากองทุนประมาณ 300 ล้านบาท และภายหลังจากการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง
      จะมียอดสะสมสูงสุดที่ 1,000 ล้านบาท
         
       

       
         
        print  
       
  •            ฮอนด้าจัดการแข่งขันทักษะพนักงาน ประจำปี 2555 เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพพนักงาน สร้างมาตรฐานความ...
    09/05/2012
     
     
    กรุงเทพฯ วันที่ xx พฤษภาคม 2555 —บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้า ประจำปี 2555 ภายใต้แนวคิด การพัฒนาศักยภาพสูงสุด (Ultimate Potential) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเสริมทักษะ พัฒนาความรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงาน พร้อมมอบรางวัลโครงการยอดขายสะสมตลอดชีพ สร้างขวัญและกำลังใจให้กับที่ปรึกษาการขาย สนับสนุนนโยบายสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าทั้งในด้านการขาย และบริการ โดยได้รับเกียรติจากคุณสมใจ บุญประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นประธานกิตติมศักดิ์ในพิธีเปิดการแข่งขัน ณ ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
     
    • ฮอนด้าจัดการแข่งขันทักษะพนักงาน ประจำปี 2555 เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพพนักงาน สร้างมาตรฐานความ...
      ฮอนด้าจัดการแข่งขันทักษะพนักงาน ประจำปี 2555 เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพพนักงาน สร้างมาตรฐานความ...
      ฮอนด้าจัดการแข่งขันทักษะพนักงาน ประจำปี 2555 เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพพนักงาน สร้างมาตรฐานความ...
      ฮอนด้าจัดการแข่งขันทักษะพนักงาน ประจำปี 2555 เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพพนักงาน สร้างมาตรฐานความ...
      ฮอนด้าจัดการแข่งขันทักษะพนักงาน ประจำปี 2555 เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพพนักงาน สร้างมาตรฐานความ...
      ฮอนด้าจัดการแข่งขันทักษะพนักงาน ประจำปี 2555 เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพพนักงาน สร้างมาตรฐานความ...
       
       
        กรุงเทพฯ วันที่ xx พฤษภาคม 2555 —บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้า ประจำปี 2555 ภายใต้แนวคิด การพัฒนาศักยภาพสูงสุด (Ultimate Potential) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเสริมทักษะ พัฒนาความรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงาน พร้อมมอบรางวัลโครงการยอดขายสะสมตลอดชีพ สร้างขวัญและกำลังใจให้กับที่ปรึกษาการขาย สนับสนุนนโยบายสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าทั้งในด้านการขาย และบริการ โดยได้รับเกียรติจากคุณสมใจ บุญประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นประธานกิตติมศักดิ์ในพิธีเปิดการแข่งขัน ณ ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
       

      นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้า  จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมพนักงานของผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ให้มีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะความเชี่ยวชาญในการให้บริการลูกค้า เพื่อเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง และยืนยันถึงกระบวนการปฏิบัติงานที่มีมาตรฐานเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าฮอนด้า นอกจากนั้นการจัดการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้ายังเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพอยู่เสมอ  ในแต่ละปีเราได้เห็นความตั้งใจของพนักงานจากทั่วประเทศที่พร้อมพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆกันกับองค์กร”

       

      สำหรับการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้าแบ่งออกเป็นทั้งหมด 9 ประเภท ในปีนี้มีพนักงานที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้งสิ้น 110 คน จากผู้จำหน่าย 53 แห่ง ซึ่งคัดเลือกจาก 1,515 คนทั่วประเทศ และมีผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทดังนี้

       

      ประเภท

      ผู้ชนะเลิศ

      ผู้จำหน่าย

      พนักงานช่างซ่อมทั่วไป

      คุณโกศล  นิ่มอนงค์

      บริษัท ศรีราชาฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด

      พนักงานช่างซ่อมตัวถังและสี

      คุณสุวิทย์ ศรีน้ำคำ
      คุณจีระพันธ์ ภิบาลวงศ์

      บริษัท พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด (ถนนนราธิวาสฯ)

      ที่ปรึกษาการบริการ

      คุณณรงค์  ชุมรัมย์

      บริษัท พระราม 3 ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด
      (บางคอแหลม)

      พนักงานอะไหล่

      คุณวิไลลักษณ์  ก้อนนาเรียง

      บริษัท ฮอนด้าคาร์ส นครสวรรค์ จำกัด

      ที่ปรึกษาการขาย

      คุณปัณณวิช ควรคิด

      บริษัท พระราม 2 ฮอนด้าออโตโมบิล จำกัด

      พนักงานลูกค้าสัมพันธ์

      คุณวิภาวี  ส่งเจริญ

      บริษัท พระราม 3 ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด
      (บางคอแหลม)

      ที่ปรึกษาการบริการซ่อมตัวถังและสี

      คุณโอภาส  ฮะลิ้ม

      บริษัท ฮอนด้าคาร์ส นครสวรรค์ จำกัด

      พนักงานช่างบริการตามระยะแบบคู่

      คุณธีรพงษ์  พุฒภา
      คุณจิรเมธ  รักแฟง

      บริษัท วี. กรุ๊ป ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด 
      (บางกอกน้อย)

      พนักงานตรวจสอบคุณภาพรถยนต์

      คุณนคร  ศรีเจริญ

      บริษัท ฮอนด้าคาร์ส นครสวรรค์ จำกัด

       

      โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับโล่เกียรติยศ ใบประกาศเกียรติคุณ เข็มกลัดทองคำ ได้รับการจารึกชื่อ ณ หอเกียรติยศ ที่ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และรางวัลไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเยี่ยมชม  บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้จำหน่ายที่มีพนักงานได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท จะได้รับรางวัลถ้วยเกียรติยศ Silver Trophy ไปครองเป็นเวลา 1 ปี และส่งมอบให้กับผู้ชนะเลิศในปีถัดไป

       

      ภายในงานยังได้จัดพิธีมอบรางวัลให้กับที่ปรึกษาการขายที่ได้ทุ่มเทพยายามในการสร้างยอดอย่างต่อเนื่อง  ในโครงการยอดขายสะสมตลอดชีพโดยมีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 152  ท่าน ทั้งหมดนี้จะได้รับโล่เกียรติยศ และได้รับการจารึกชื่อ ณ หอเกียรติยศ ที่ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในระดับ Diamond ซึ่งทำยอดขายสะสม 2,000 คันขึ้นไป จะได้ไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น และเยี่ยมชม บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่นพร้อมผู้ติดตาม

       

      เกี่ยวกับศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
      ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 16 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน จังหวัดกรุงเทพฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่  20 สิงหาคม 2547 นับเป็นศูนย์ฝึกอบรมฯ ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์อันทันสมัย เพื่อการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน เพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญให้กับบุคลากรของผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ   อันจะนำมาซึ่งงานบริการที่มีคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ปัจจุบัน ศูนย์ฝึกอบรมฯ แห่งนี้สามารถรองรับการอบรมพนักงานได้กว่า 500 คนต่อวัน เพื่อส่งต่อบุคลากรที่มีความชำนาญการไปยังผู้จำหน่ายกว่า  156 แห่งทั่วประเทศ

       
         
        print  
       
  •            ฮอนด้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังโรงงาน กลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง
    02/05/2012
     
     
    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ที่ยังคงให้การสนับสนุนบริษัทอย่างดีมาโดยตลอด ภายหลังจากการกลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
     
    • ฮอนด้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังโรงงาน กลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง
      ฮอนด้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังโรงงาน กลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง
      ฮอนด้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังโรงงาน กลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง
      ฮอนด้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังโรงงาน กลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง
      ฮอนด้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังโรงงาน กลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง
      ฮอนด้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังโรงงาน กลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง
       
       
        บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเร่งการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ที่ยังคงให้การสนับสนุนบริษัทอย่างดีมาโดยตลอด ภายหลังจากการกลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
       

      นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า  “ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณลูกค้าที่ให้กำลังใจและยังให้ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ฮอนด้า ผมเชื่อว่าวิกฤติที่ฮอนด้าได้เผชิญมาจะเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เราพร้อมที่จะเดินหน้าเพื่อพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ฮอนด้าไม่เปลี่ยนแปลง และมุ่งมั่นในการก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้ผลิตยานยนต์ครบทุกระดับ ทุกรุ่น ทุกขนาดเครื่องยนต์ เพื่อตอบสนองทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ และรองรับทุกความต้องการขับขี่ของลูกค้าชาวไทย”

      ทั้งนี้ ณ ศูนย์ส่งมอบรถยนต์ใหม่ (New Car Delivery Center) รถยนต์ทุกคันจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานสูงสุดของฮอนด้าครั้งสุดท้ายก่อนการส่งมอบให้กับผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ เพื่อกระจายส่งมอบให้กับลูกค้าในลำดับต่อไป

      ปัจจุบันโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า มีกำลังการผลิตสูงสุดวันละ 10,000 คัน ซึ่งเป็นยอดการผลิตจากทั้ง 2 โรงงาน มีการผลิตโรงงานละ 2 กะต่อวัน

       
         
        print  
       
  •            ฮอนด้าเผยโฉมบ้านตัวอย่างพลังงานอัจฉริยะฮอนด้า พร้อมเดินหน้าทดสอบเทคโนโลยีการจัดการพลังงานภ...
    29/04/2012
     
     
    บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศเริ่มการทดสอบระบบบ้านพลังงานอัจฉริยะฮอนด้า (Honda Smart Home System หรือ HSHS) ซึ่งก่อสร้างขึ้นในจังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมสาธิตระบบการจัดการพลังงานภายในบ้าน อาทิ การผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน ควบคู่ไปกับการใช้ยานยนต์เป็นแหล่งพลังงาน เพื่อตอบสนองผู้อยู่อาศัยอย่างชาญฉลาด ระบบ HSHS ได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้สามารถสำรองพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ภายในบ้าน และใช้เพื่อการเดินทาง จึงช่วยให้ผู้อยู่อาศัยดำรงชีวิตอยู่ได้แม้ในภาวะที่มีภัยพิบัติ
     
    • ฮอนด้าเผยโฉมบ้านตัวอย่างพลังงานอัจฉริยะฮอนด้า   พร้อมเดินหน้าทดสอบเทคโนโลยีการจัดการพลังงานภ...
       
       
        บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศเริ่มการทดสอบระบบบ้านพลังงานอัจฉริยะฮอนด้า (Honda Smart Home System หรือ HSHS) ซึ่งก่อสร้างขึ้นในจังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมสาธิตระบบการจัดการพลังงานภายในบ้าน อาทิ การผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน ควบคู่ไปกับการใช้ยานยนต์เป็นแหล่งพลังงาน เพื่อตอบสนองผู้อยู่อาศัยอย่างชาญฉลาด ระบบ HSHS ได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้สามารถสำรองพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ภายในบ้าน และใช้เพื่อการเดินทาง จึงช่วยให้ผู้อยู่อาศัยดำรงชีวิตอยู่ได้แม้ในภาวะที่มีภัยพิบัติ
       

      ระบบ HSHS ที่ติดตั้งในบ้านตัวอย่างพลังงานอัจฉริยะ ประกอบด้วย แผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบแผ่นฟิล์มบาง CIGS แบตเตอรี่บ้าน  (ที่สามารถชาร์จไฟฟ้าได้) เครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊ส และระบบเครื่องทำน้ำร้อน และหน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart e Mix Manager) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ HSHS โดยทำหน้าที่บริหาร และจัดสรรพลังงานให้เหมาะสมกับอุปกรณ์พลังงานแต่ละประเภท หน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart e Mix Manager) จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการใช้พลังงานภายในบ้านลงได้ บ้านจึงสามารถผลิตพลังงานใช้ได้เองโดยอิสระ และสามารถเก็บพลังงานสำรองไว้ใช้เมื่อเกิดภาวะไฟตก หรือในภาวะที่มีภัยพิบัติ

      ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ “ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้คนในสังคม” เพื่อ “การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมอันยั่งยืน” ฮอนด้าจึงได้เดินหน้าทดสอบระบบ HSHS  ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า และระบบอินเตอร์นาวิ (Internavi system) จากการทดสอบครั้งนี้ ฮอนด้าตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงถึง 50% (เทียบจากปี 2543) และค้นหาแนวทางการพัฒนายานพาหนะส่วนบุคคลในอนาคต นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ทดสอบฟังก์ชั่นพลังงานสำรองสำหรับการใช้งานภายในครัวเรือน เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของลูกค้าอีกด้วย   

      <เป้าหมายการทดสอบอุปกรณ์พลังงานที่ได้รับการติดตั้งในบ้านตัวอย่างพลังงานอัจฉริยะ>

      เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของฮอนด้าที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางโดยใช้ยานพาหนะ โดยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 ฮอนด้าได้ลงนามข้อตกลงในโครงการอี-คิซูนะ (E-KIZUNA) ซึ่งดำเนินการโดยจังหวัดไซตามะ การสาธิตการทดสอบบ้านที่ได้รับการติดตั้งระบบ HSHS เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ E-KIZUNA ซึ่งฮอนด้าได้สร้างบ้านจำนวน 2 หลัง (แต่ละหลังเป็นบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว) ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยไซตามะ ส่วนบ้านหลังที่ 3 มีแผนการสร้างในบริเวณเดียวกัน โดยบ้านทั้ง 3 หลังจะเชื่อมโยงถึงกันเพื่อการทดสอบในลักษณะชุมชนอัจฉริยะ และมีแผนที่จะดำเนินการทดสอบอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2561

      เครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊ส

      เครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊สของฮอนด้าเป็นอุปกรณ์พลังงานที่มีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  โดยสามารถผลิตพลังงานความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประมาณ 60% ของพลังงานที่ใช้ภายในบ้านของชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการทำน้ำร้อน ระบบทำความร้อน และการใช้งานในห้องครัว ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของ EXlink ที่ช่วยยืดจังหวะของเครื่องยนต์ให้นานขึ้น จึงสามารถผลิตพลังงานได้เพิ่มขึ้นถึง 92% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานไฟฟ้า และพลังงานความร้อนได้พร้อมๆ กันจากแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงที่มาจากท่อส่งแก๊ส หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว ในการดำเนินการทดสอบ ฮอนด้าจะศึกษาระบบการกำเนิดพลังงานโดยใช้แบตเตอรี่ และตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งานในภาวะฉุกเฉิน   

      แผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบแผ่นฟิล์มบาง CIGS

      ฮอนด้าจะทดสอบประสิทธิภาพการผลิตพลังงานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบแผ่นฟิล์มบาง CIGS รุ่นใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนา  (CIGS ประกอบด้วยทองแดง อินเดียม แกลเลียม และซิลิเนียม)

      แบตเตอรี่บ้าน

      ด้วยความพยายามในการนำแบตเตอรรี่ที่ใช้ในรถจักรยานยนต์ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลับมาใช้ใหม่ ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนาแบตเตอรี่บ้าน เพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น และดำเนินการทดสอบฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ อีกด้วย

      หน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart e Mix Manager)

      หน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะจะรวบรวมข้อมูลระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์พลังงานแต่ละประเภทและเชื่อมต่ออุปกรณ์แต่ละตัวที่อยู่ในระบบ HSHS เพื่อวิเคราะห์การใช้พลังงานภายในครัวเรือนแบบองค์รวม

      จากผลการวิเคราะห์ หน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะจะบริหารและจัดสรรพลังงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นจะแสดงบนจอมอนิเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดประหยัดค่าใช้จ่าย ที่มีการคำนวนข้อมูลล่าสุดจากบิลค่าแก๊ส และบิลค่าไฟฟ้า หรือจะเลือกให้หน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะอยู่ในโหมดลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยอ้างอิงจากข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบ้านในขณะนั้น นอกจากนี้ หน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะ จะแสดงข้อมูลของอุปกรณ์พลังงานแต่ละประเภทรวมไว้บนหน้าจอ ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานบนหน้าจอผ่านระบบ LAN ไร้สาย หรือเมื่ออยู่นอกบ้านก็สามารถควบคุมผ่านระบบฮอนด้า Internavi ซึ่งเป็นระบบนำทางรถยนต์  หรือผ่านสมาร์ทโฟนได้  ด้วยความมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนาหน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะ ฮอนด้าจะดำเนินการทดสอบระบบการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

      การทำงานร่วมกับยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า

      ฮอนด้าจะทดสอบการใช้พลังงานภายในครัวเรือนอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้หน่วยจัดการพลังงานอัจฉริยะควบคุมการชาร์จพลังงานไฟฟ้าในยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และยานยนต์พลังงานไฮบริดปลั๊ก-อิน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

      สร้างระบบพลังงานสำรองสำหรับการใช้งานภายในครัวเรือน

      ฮอนด้าจะพัฒนาและทดสอบวิธีการเก็บพลังงานสำรองภายในครัวเรือน ที่อาจมีความจำเป็นต้องใช้เมื่อเกิดภาวะไฟตก หรือในภาวะที่มีภัยพิบัติ ซึ่งวิธีการดังกล่าวรวมถึงการพัฒนาการทำงานร่วมกันของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊ส หรือเครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊สที่มีระบบเริ่มการทำงานได้ด้วยตัวเอง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะลดการใช้พลังงานที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ฮอนด้าจึงศึกษาและทดสอบระบบการชาร์จไฟฟ้า  “vehicle-to-home” ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า อาทิ ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ยานยนต์เซลล์เชื้อเพลิงพลังงานไฟฟ้า และยานยนต์พลังงานไฮบริดปลั๊ก-อิน เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำหรับการใช้ภายในครัวเรือน

      ทดสอบระบบบริการข้อมูลหลักสำหรับการทำงานร่วมกับระบบ Internavi

      ฮอนด้าจะทดสอบระบบบริการข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้คนสามารถเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ บ้าน สังคม และการควบคุมระบบการจ่ายไฟฟ้า

      1. ด้านความปลอดภัย

      •    ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีผู้มาเยือน

      •    จัดเตรียมคู่มือแนะนำการใช้อุปกรณ์พลังงานแต่ละประเภทในภาวะฉุกเฉิน

      •    ระบบแจ้งเตือนหากไม่มีการปิดเครื่องปรับอากาศ และ/หรือหลอดไฟ ก่อนผู้ใช้ออกจากบ้าน

      2. ความสะดวกสบาย

      •    ควบคุมการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าจากระยะไกล (เครื่องปรับอากาศ/หลอดไฟ)

      •    ควบคุมการทำงานจากระยะไกล ด้วยฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ Internavi 

      •    ช่วยให้ผู้ใช้เปิดระบบน้ำร้อนในอ่างอาบน้ำ หรือล็อคประตูเมื่ออยู่นอกบ้านได้

      3. ด้านสิ่งแวดล้อม (แสดงข้อมูลบนจอมอนิเตอร์)

      •    ข้อมูลพลังงานไฟฟ้า (ปริมาณไฟฟ้าที่ระบบแผงพลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊สสามารถผลิตได้ ปริมาณการชาร์จและการปล่อยกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละชั้นของบ้าน การแจ้งสถานะระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ของแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ และแบตเตอรี่ของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า สถานะเมื่อเกิดภาวะไฟตก และเมื่อกลับสู่สภาวะปกติ)

      •    ข้อมูลพลังงานความร้อน (ปริมาณความร้อนที่เครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊สสามารถผลิตได้ อุณหภูมิของน้ำร้อน อุณหภูมิของน้ำในอ่างอาบน้ำ อุณหภูมิห้องในแต่ละห้อง)

      •    ข้อมูลค่าใช้จ่าย (บิลค่าไฟฟ้า ยอดการขายหน่วยไฟฟ้า บิลค่าแก๊ส และบิลค่าน้ำ)

      •    ข้อมูลอื่นๆ (พยากรณ์อากาศ ระบบแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์แต่ละประเภทไม่ทำงาน)

      •    ระบบควบคุมจากระยะไกล (ก๊อกน้ำร้อน เครื่องปรับอากาศ หลอดไฟ ระบบล็อคประตูเมื่ออยู่นอกบ้าน)

      ผลการทดสอบบ้านตัวอย่างพลังงานอัจฉริยะ จะทำให้ฮอนด้าสามารถต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน อาทิ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องกำเนิดพลังงานแบบใช้แก๊ส และนำไปสู่การจัดการพลังงานแบบองค์รวมภายในครัวเรือน และในชุมชน ฮอนด้าตั้งเป้าหมายที่จะทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมคาร์บอนต่ำ

       
         
        print  
       
  •            ฮอนด้า บริโอ้และซิตี้ คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2012
    18/04/2012
     
     
    กรุงเทพฯ – บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร (ขวา) รองประธานอาวุโส และ นายสมภพ ปฏิภานธาดา (ซ้าย) ผู้จัดการส่วนงานการตลาด พร้อม 2 รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2555 (Car of The Year 2012) ได้แก่ ฮอนด้า บริโอ้ ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทแฮทช์แบค เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,200 ซีซี และ ฮอนด้า ซิตี้ คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี
     
    • ฮอนด้า บริโอ้และซิตี้ คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2012
       
       
        กรุงเทพฯ – บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร (ขวา) รองประธานอาวุโส และ นายสมภพ ปฏิภานธาดา (ซ้าย) ผู้จัดการส่วนงานการตลาด พร้อม 2 รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2555 (Car of The Year 2012) ได้แก่ ฮอนด้า บริโอ้ ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทแฮทช์แบค เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,200 ซีซี และ ฮอนด้า ซิตี้ คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี
       

      รางวัลดังกล่าวเป็นผลการตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ยืนยันคุณภาพมาตรฐานยานยนต์ สะท้อนถึงยนตรกรรมของฮอนด้าที่ได้รับการยอมรับในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัยในการขับขี่ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการออกแบบที่สวยงามทันสมัยที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ และความคุ้มค่า

       
         
        print