รู้จักฮอนด้า

สู่ความเป็นผู้นำการผลิตรถยนต์แบบครบวงจร

ฮอนด้ามีโรงงานผลิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ 530 ไร่ ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่เป็นอันดับหก ของโรงงานฮอนด้าทั่วโลก รองจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน แคนาดาและสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในโรงงานที่ก้าวหน้าและทันสมัยที่สุดในโลกของฮอนด้าทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการออกแบบสายการผลิตที่เหมาะสมกับการทำงานของพนักงาน ปัจจุบัน มีการจ้างงานพนักงานรวมกว่า 6,400 คน และมีกำลังผลิต 300,000 คันต่อปี ผลิตรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมด 9 รุ่น บริโอ้ อเมซ บริโอ้ แจ๊ซ แจ๊ซ ไฮบริด ซิตี้ ซิตี้ ซีเอ็นจี ซีวิค แอคคอร์ด และซีอาร์-วี สำหรับจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ กว่า 56 ประเทศทั่วโลก

ยกระดับศักยภาพการผลิตรถยนต์ไทย

ทีมวิจัยและพัฒนาของฮอนด้า มีการพัฒนายกระดับขีดความสามารถในการผลิตของฮอนด้าไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนและร่วมกับผู้ผลิตชิ้นส่วน ในการพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ ให้มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานของฮอนด้าทั่วโลก มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย เพื่อเพิ่มทักษะของพนักงาน ในปี พ.ศ. 2548 ฮอนด้าได้ก่อตั้งบริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิก จำกัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนารถยนต์ประจำภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย โดยดูแลและรับผิดชอบด้านการวางแผนพัฒนา การออกแบบ การวิจัยและทดสอบผลิตภัณฑ์รถยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าสูงสุด

มาตรฐานระดับโลก

โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศว่ามีศักยภาพการผลิตสูงโดยได้รับการรับรองระบบการจัดการคุณภาพมาตรฐานการผลิต ISO 9002 ในปีพ.ศ. 2541 และ ISO 9001:2000 ในปีพ.ศ. 2544 และการรับรองระบบมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ในปี พ.ศ. 2542 ยืนยันได้ถึงความเป็นผู้นำในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 จนถึงปีพ.ศ. 2554 ฮอนด้า ซีอาร์-วี ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่หนึ่งในกลุ่มรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (Sport Utility Vehicle - SUV) จากการศึกษาวิจัยคุณภาพรถใหม่ (Initial Quality Study – IQS) ของสถาบัน เจ.ดี. พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก นับเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกันที่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อยู่ในอันดับหนึ่งมาโดยตลอด

นอกจากนี้ ในปีพ.ศ. 2553 ฮอนด้า ซิตี้ ได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่ง ในกลุ่มซับคอมแพคท์สำหรับรถยนต์ใหม่คุณภาพสูงสุด (IQS) เช่นเดียวกัน

และในปีเดียวกันนี้ ฮอนด้า ซีวิค ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในกลุ่มคอมแพคท์ ด้านสมรรถนะ ระบบปฎิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ (Automotive Performance, Execution and Layout – APEAL Study) จากสถาบันเดียวกันด้วย

คุณภาพฮอนด้า คุณภาพเดียวกันทั้วทั้งโลก

ธุรกิจของฮอนด้าในประเทศไทย ได้ขยายตัวไปทั่วโลก เพราะไม่เพียงผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศ และการส่งออกเท่านั้น แต่โรงงานของฮอนด้าในประเทศไทย ยังมีบทบาทในการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ส่งไปยังโรงงานประกอบรถยนต์ของฮอนด้าตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก อีกทั้งด้วยมาตรฐานการผลิตในระดับสากล ทำให้รถยนต์ฮอนด้าที่ผลิตในประเทศไทย ได้รับการยอมรับ และส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

โดยในปี พ.ศ. 2540 ฮอนด้าได้เริ่มส่งออกรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ไปจำหน่ายยังประเทศสิงคโปร์และบรูไน

ปี พ.ศ. 2541 ส่งรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ออกไปจำหน่ายยังกลุ่มประเทศในเอเชีย ตะวันออกกลาง และขยายต่อไปยังทวีปแอฟริการวม 25 ประเทศ และส่งรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ไปยังประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นครั้งแรก เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย และขยายต่อไปยังตลาดแอฟริกาใต้และกลุ่มประเทศอาเซียนรวม 10 ประเทศ

พ.ศ. 2542 ส่งออกรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทยทั้งคัน ไปจำหน่ายยังประเทศนิวซีแลนด์เป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2544 ส่งออกรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ไปจำหน่ายยังประเทศออสเตรเลีย

และในปี พ.ศ.2545 ได้ส่งออกรถยนต์ ฮอนด้าซิตี้ ไปจำหน่าย ยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญต่อมาตรฐานด้านคุณภาพการผลิตรถยนต์ที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยใช้ชื่อทางการตลาดว่า “ฟิต เอเรีย” (Fit Aria)

จากผลงานเหล่านี้ ที่กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ โดยยึดหลักปฏิบัติตามแนวทางที่ฮอนด้าประเทศญี่ปุ่นได้วางไว้เสมอมา ภายใต้การให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าสำหรับชาวฮอนด้าแล้ว คำว่า “Made in Thailand” นั่นหมายถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ซึ่งเป็นผลงานที่ล้วนสร้างความประทับใจ นับตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงปัจจุบัน ที่ฮอนด้าตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย