รู้จักฮอนด้า

เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยความตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ฮอนด้า จึงดำเนินการตามพันธสัญญาที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคม ฮอนด้าได้ส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในทุกๆ กิจกรรมขององค์กร ด้วยการทุ่มเทคิดค้นพัฒนายานยนต์ที่มีความแตกต่างตามแนวคิดของฮอนด้าเพื่อสังคมอันยั่งยืน และตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีพลังงาน

ฮอนด้าจึงกำหนด “ทิศทางในอีก 10 ปี ข้างหน้า” ที่ประกาศไปเมื่อปี 2010 ในการที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุด แก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาที่ย่อมเยา และมี CO2 ต่ำ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฮอนด้ามุ่งมั่นคิดค้นเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ และนำเสนอผลิตภัณฑ์นั้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ในฐานะผู้ผลิตยานยนต์ ฮอนด้าพยายามริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อลดการปล่อย CO2 เสมอมา

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

ฮอนด้าคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีมากมาย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และยังคงเดินหน้าวิจัยพัฒนา ปรับปรุงและนำเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นสูง จี - ฟอร์ซ คอนโทรล (G-CON) มาใช้กับรถยนต์ฮอนด้า เพื่อลดแรงกระแทกจากการชนกัน เทคโนโลยี G-CON จะช่วยปกป้องคุ้มครองทั้งตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลในรถยนต์คันอื่นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ฮอนด้ายังนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ มาใช้ในผลิตภัณฑ์ อาทิ ระบบถุงลมนิรภัยอัจฉริยะคู่หน้า i-SRS ซึ่งจะประสานการทำงานกับเข็มขัดนิรภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความปลอดภัยภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบตรวจสอบตำแหน่งท่านั่งของผู้โดยสารด้านหน้า (Occupant Position Detection System: OPDS) ระบบควบคุมการทรงตัว VSA พร้อมระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS ระบบเบรคป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรคอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ซึ่งจะควบคุมแรงเบรคที่ล้อหน้าและล้อหลังตามน้ำหนักบรรทุก และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist เป็นต้น

ในส่วนของการปกป้องผู้ใช้ถนน รถยนต์ฮอนด้าในอนาคตจะใช้ตัวถังที่ออกแบบมาเพื่อลดการบาดเจ็บของคนเดินถนน ด้วยเทคโนโลยีซึ่งวิจัย พัฒนาและทดสอบโดยทีมงานฮอนด้า ที่ศูนย์ทดสอบการชนจากสภาพจริง (Real World Crash Test Facility) ซึ่งอยู่ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนา ฮอนด้า อาร์ แอนด์ ดี เมืองโตชิกิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำการทดสอบการชนระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ในทุกทิศทาง

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยแล้ว ฮอนด้ายังได้ริเริ่มการรณรงค์ และส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน โดยในปีพ.ศ.2552 ได้ตั้งศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยอย่างครบวงจรแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซี่ยน และเพียบพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านการฝึกอบรมที่มีมาตรฐาน อันเป็นผลให้การฝึกมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งสามารถรองรับการฝึกขับขี่ได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่หลักสูตรระดับพื้นฐานจนกระทั่งถึงระดับฝึกทักษะขั้นสูง และที่สำคัญได้รับการรับรองจากกระทรวงคมนาคม

สำหรับศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าแห่งใหม่ หรือ Honda Safety Driving Center ตั้งอยู่ ณ ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยมีเนื้อที่กว้างขวางรวมทั้งสิ้นถึง 20.5 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับใช้ในการจัดฝึกอบรมกว่า 20,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารสำนักงานที่มีห้องฝึกอบรมภาคทฤษฎีรวมทั้งหมด 4 ห้อง ซึ่งสามารถขยายรวมกันเป็นห้องใหญ่ที่รองรับผู้เข้าร่วมอบรมได้มากถึง 300 คน และพื้นที่ฝึกอบรมภาคปฏิบัติในรูปแบบของสนามฝึกอบรมการขับขี่ แยกเป็นสนามฝึกสำหรับรถจักรยานยนต์ , รถยนต์ และสนามฝึกที่ผนวกเพื่อใช้สำหรับการฝึกขับขี่รถทั้งสองประเภท

พันธสัญญาเพื่อสิ่งแวดล้อม

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา ฮอนด้าได้ตั้งปณิธานที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้กับโลกของเรา จากผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ภายใต้พันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children ยังสะท้อนผ่านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีของฮอนด้าในหลายมิติ ได้แก่ ยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติ และไฮบริด รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ๆ เช่น โซล่าเซลล์ อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ของฮอนด้า การวิจัยและพัฒนาบ้านพลังงานอัจฉริยะ (Honda Smart Home System) โครงการต้นแบบเพื่อการอยู่อาศัยในสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต เป็นต้น

"ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าคิดค้นยนตรกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางเพื่อปกป้องสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่และลูกหลานของเราในอนาคต"

ฮอนด้าตระหนักดีว่า วิธีดำเนินธุรกิจจะสะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงพันธสัญญาที่องค์กรมีต่อสิ่งแวดล้อม ฮอนด้าจึงพยายามหาวิธีลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ดังเช่น สนับสนุนให้ศูนย์บริการ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิตชิ้นส่วนและองค์กรพันธมิตรอื่นๆ นำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม อาทิ ระบบจัดการขยะ และโครงการลดมลภาวะทางอากาศไปปฏิบัติ และนำชิ้นส่วนรถยนต์ที่หมดอายุแล้วกลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่

ฮอนด้าได้คิดค้นและหาแนวทางที่หลากหลาย เพื่อการนำชิ้นส่วนที่หมดอายุการใช้งานแล้ว นำกลับมาใช้ให้เกิดเป็นประโยชน์ตามหลักการ LCA (Life Cycle Assessment ) ซึ่งฮอนด้าเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรก ที่สามารถนำกันชนรถยนต์ซึ่งหมดสภาพแล้ว นำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นก้านดึงปุ่มกดล็อกประตูรถยนต์ รวมทั้งยังมีแผนที่จะนำเม็ดพลาสติกซึ่งได้จากการรีไซเคิลกันชนรถยนต์ มาผลิตเป็นบังโคลน และแผ่นรองใต้ตัวถังรถยนต์ในอนาคต

นอกจากนี้ ชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุแล้ว อาทิ ยางรถยนต์และน้ำมันเครื่องใช้แล้ว จะถูกรวบรวมจากศูนย์บริการต่างๆของฮอนด้า เพื่อนำไปสังเคราะห์ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาซีเมนต์ โดยวิธีดังกล่าว จึงเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาขยะตกค้าง และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้คื่อส่วนหนึ่งของพันธสัญญาเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งฮอนด้าทั่วทั้งโลก มุ่งมั่นตั้งใจทำให้สำเร็จให้จงได้ สมดังวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมของฮอนด้า ที่ต้องการให้โลกก้าวสู่การเป็น “สังคมที่ยั่งยืน ซึ่งผู้คนสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” (a Sustainable Society where People Can Enjoy Life)

โรงงานสีเขียว

“โรงงานสีเขียว” เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของฮอนด้า ที่กำหนดให้โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าทั่วโลก มีระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งมีระบบบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรอื่นๆ ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับแนวคิดดังกล่าว โดยแบ่งเป็น 6 แนวทางดังนี้

  • ลดปริมาณขยะอันตรายที่ส่งออกสู่ภายนอกให้เป็นศูนย์
  • ควบคุมการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม
  • นำระบบจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันกับชุมชนในท้องถิ่น
  • ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม
  • สนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม

ฮอนด้ามุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรมในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ โดยมีระบบการจัดการเรื่องน้ำ ขยะ พลังงานอย่างชัดเจน ดังเช่นที่มีการกำหนดนโยบาย โรงงานสีเขียว สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่สังคม ตลอดจนอนุรักษ์พลังงานและใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด