ข่าวและกิจกรรม ข่าวทั้งหมด

ฮอนด้าเปิดตัว ซีวิค ไฮบริด ใหม่ ผสานทุกการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำพันธกิจเดินหน้านำเทรนด์ยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

13/02/2013

·       ซีวิค ไฮบริด ใหม่ ยนตรกรรมไฮบริดรุ่นแรกของฮอนด้าที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และยังเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้

·       รับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5  ปี และพิเศษขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่เพิ่มอีก 5 ปี เป็น 10 ปี *

พร้อมขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์-ซีร์และแจ๊ซ ไฮบริด เพิ่มอีก 5 ปี  เป็น 10 ปี  ตอกย้ำความมั่นใจในสุดยอดนวัตกรรมไฮบริดจากฮอนด้า

กรุงเทพฯ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้า

ตอบโจทย์ความต้องการรถยนต์ไฮบริดในกลุ่มคอมแพคท์ซีดาน เปิดตัวฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ ด้วยดีไซน์ของ
ซีวิครุ่นล่าสุดที่ผสานเทคโนโลยีเพื่อโลกสวยไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยกระจังหน้า ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมกรอบ
สีฟ้า ไฟท้ายแอลอีดีพร้อมเลนส์สีเคลียร์บลู สปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด พร้อมนำแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาใช้กับรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในไทยเป็น
รายแรก ทั้งนี้ ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ มี 2 รุ่น  ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,035,000 บาท และรุ่น Hybrid Navi ราคา 1,095,000 บาท มีให้เลือก 3 สี คือ สีขาวออร์คิด (มุก) สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) พร้อมรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และพิเศษเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคุณภาพที่เหนือชั้นแห่งยนตรกรรมไฮบริดจากฮอนด้า ได้ขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่เพิ่มอีก 5 ปี เป็น 10 ปี พร้อมทั้งประกาศขยายอายุการรับประกันแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ฮอนด้ารุ่น ซีอาร์-ซีร์ รถยนต์สปอร์ตไฮบริด และแจ๊ซ ไฮบริด เพิ่มอีก 5 ปีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ครอบคลุมถึงลูกค้าที่ได้ซื้อรถยนต์ทั้งสองรุ่นไปก่อนหน้านี้

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวซีวิค ไฮบริด ใหม่ ในวันนี้ เป็นการนำเสนอยนตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด IMA ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ  เพื่อรองรับกระแสความต้องการรถยนต์พลังงานสะอาดที่มีศักยภาพในการเติบโตในประเทศไทย  และจะเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

“ฮอนด้า ซีวิคไฮบริดใหม่ รับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ ซึ่งประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด เป็นระยะเวลา 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง และพิเศษเพื่อตอกย้ำคุณภาพนวัตกรรมยานยนต์ไฮบริดจากฮอนด้า ได้ขยายเวลาการรับประกันแบตเตอรี่เพิ่มอีก 5 ปี รวมเป็น 10 ปี และในโอกาสเดียวกันนี้ฮอนด้าได้ขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ฮอนด้าไฮบริดอีก 2 รุ่น ได้แก่  ซีอาร์-ซีร์ และแจ๊ซ ไฮบริด เพิ่มขึ้นอีก 5 ปี เป็น 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งยังครอบคลุมถึงลูกค้าที่ได้ซื้อรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ไปก่อนหน้านี้ด้วย” นายพิทักษ์ กล่าวเสริม

สำหรับซีวิค ไฮบริด ใหม่ ที่เปิดตัวในประเทศไทยในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี

ยานยนต์ของฮอนด้าที่นำแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่สามารถบรรจุพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้น น้ำหนักเบา มาใช้ใน
ยนตรกรรมไฮบริดของฮอนด้าเป็นครั้งแรก และยังเป็นครั้งแรกของรถยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย
โดยฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ คงเอกลักษณ์อันโดดเด่น ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ

·       เครื่องยนต์:  ระบบไฮบริดอัจฉริยะ Integrated Motor Assist หรือ IMA ของฮอนด้า ที่มีระบบการทำงานแบบคู่ขนาน ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 8 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร SOHC และมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA สมรรถนะเครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุดที่ 132 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุดที่ 106 นิวตัน-เมตร ที่ 500-1,546 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 23 แรงม้า ที่ 1,546-3,000 รอบต่อนาที โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนและเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกตัวและเร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่ EV Mode โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว ซึ่งในขณะที่เครื่องยนต์เข้าสู่ EV Mode นี้ จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริด เพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ

·       เทคโนโลยีอัจฉริยะ:  ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่ล้ำหน้า อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ หรือ i-MID (Intelligent Multi-Information Display) ซึ่งเป็น Smart Interface ที่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ อย่างสมบูรณ์แบบตามความต้องการของผู้ขับขี่ รวมไปถึงระบบ Eco Assist ระบบแนะนำการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น

·       รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว:  การออกแบบภายนอกมีโครงสร้างแบบ Mono Form ผสานดีไซน์เฉียบคมทุกเส้นสาย
ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสารมีความล้ำสมัยแบบ Futuristic Cockpit พร้อมดีไซน์สุดพิเศษเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นซีวิค ไฮบริด ใหม่ เท่านั้น อาทิ กระจังหน้า ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมกรอบสีฟ้า และไฟท้ายแอลอีดีพร้อมเลนส์สีเคลียร์บลู สปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ

·       ระบบความปลอดภัย:  ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ G-Force Control (G-CON) ที่เหนือชั้นของฮอนด้า
ช่วยลดระดับความเสียหายอันเป็นผลมาจากการชน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานมากมาย เช่น ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability Assist™ (VSA®) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist)  และระบบบังคับเลี้ยวพร้อมระบบช่วย
ผ่อนแรงแบบใหม่ (Motion Adaptive Electric Power Steering) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมทิศทางของตัวรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดการเกิดอาการหน้าดื้อโค้งหรือท้ายปัดได้  ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านผู้โดยสาร
ตอนหน้า กล้องส่องภาพด้านหลัง กุญแจนิรภัย Immobilizer  และล่าสุดยังมีการติดตั้งจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสารเด็ก

มร. มิตซูรุ โฮริโกชิ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนาซีวิค ไฮบริด ใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่า "การพัฒนาฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด นั้นยังคงไว้ซึ่งดีไซน์สุดล้ำทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้อารมณ์การขับขี่ที่สนุกคล่องตัว ห้องโดยสารกว้างขวางด้วยเอกลักษณ์การออกแบบ Man Maximum Machine Minimum เน้นการจัดวางพื้นที่โดยให้ความสำคัญสูงสูดต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ คงสมรรถนะการขับขี่ที่โฉบเฉี่ยว ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งยังได้นำ

ชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งให้กำลังมากขึ้น แต่ขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบามาใช้เป็นครั้งแรกกับรถไฮบริดของฮอนด้า"

ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริดใหม่ มี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,035,000 บาท และรุ่น Hybrid Navi ราคา 1,095,000 บาท มีให้เลือก 3 สี คือ สีขาวออร์คิด (มุก - เพิ่มเงิน 10,000 บาท) สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีเงิน

อลาบาสเตอร์  (เมทัลลิก) สำหรับสีภายในเป็นสีเทาทั้งสองรุ่น ลูกค้าที่สนใจสามารถชมรถได้ที่โชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ นายพิทักษ์ ยังกล่าวเสริมว่า “ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ลงตัวของซีวิค ไฮบริด โฉมล่าสุด ผสานกับสมรรถนะการขับขี่ที่คงความสนุก ประหยัดเชื้อเพลิง ควบคู่กับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฮอนด้ามั่นใจว่า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ จะเข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ไฮบริดในระดับคอมแพคท์ซีดานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และ

ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยเราตั้งเป้าหมายการจำหน่ายไว้ที่ 7,200 คันภายในหนึ่งปี”

“ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์พลังงานสะอาด เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ด้วยความรวดเร็ว ในราคาที่ย่อมเยา และมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ไปพร้อมๆ กับการตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children เพื่อส่งมอบสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยให้กับลูกหลานในอนาคตได้มีความสุขในการใช้ชีวิตในสังคมที่ยั่งยืน” นายพิทักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

 *การขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่จาก 5 ปี เป็น 10 ปี เป็นการส่งเสริมการขาย โดยจะมีผลสำหรับลูกค้าที่ซื้อหรือสั่งจองรถยนต์ฮอนด้าไฮบริดทั้ง 3 รุ่น ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2556 นี้เท่านั้น และยังครอบคลุมการขยายเวลารับประกันให้กับลูกค้าที่ได้ซื้อรถยนต์ไฮบริด ซีอาร์-ซีร์ และแจ๊ซ ไฮบริด ไปก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งนี้เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

ล่าสุด ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ใหม่รุ่นนี้ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงสุด  หรือ Top Safety Pick ประจำปี 2555 โดยสถาบันประกันความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งสหรัฐอเมริกา (IIHS) โดยฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ได้รับคะแนนสูงสุดจากการทดสอบการชนในทุกด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง และการทดสอบความแข็งแกร่งของหลังคารถยนต์

 

เกี่ยวกับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มีโรงงานผลิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ 530 ไร่ ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่เป็นอันดับหกของโรงงานฮอนด้าทั่วโลก รองจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน แคนาดาและสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในโรงงานที่ก้าวหน้าที่สุดและทันสมัยที่สุดในโลกของฮอนด้าทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการออกแบบสายการผลิตที่เหมาะสมกับการทำงานของพนักงาน ปัจจุบัน มีการจ้างงานพนักงานรวมกว่า 6,400 คน ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 280,000 คันต่อปี และจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 300,000 คันต่อปีภายในต้นปี 2557  ผลิตรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมด 9 รุ่นได้แก่ บริโอ้ บริโอ้ อเมซ แจ๊ซ แจ๊ซ ไฮบริด ซิตี้ ซิตี้ ซีเอ็นจี ซีวิค แอคคอร์ด และซีอาร์-วี สำหรับจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ กว่า 56 ประเทศทั่วโลก  นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ประกาศแผนการลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่มูลค่า 17,150 ล้านบาทในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีกำลังผลิต 120,000 คันต่อปี เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2556 และคาดว่าจะเปิดเดินสายการผลิตในปี 2558

 

สื่อมวลชนสัมพันธ์ :

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

ศิริพร ศรีสุข                                            โทร          0 2341 7888 ต่อ 2031        อีเมล์ siriporn.s@honda.co.th

ศศิวรรณ ทองดีเลิศ                               โทร          0 2341 7888 ต่อ 2032        อีเมล์ sasiwan.t@honda.co.th

บริษัท อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ จำกัด

ปิยนุช มุ่งประสพพร                              โทร          0 2252 9871-7                     อีเมล์ piyanuch.m@abm.co.th

สาธิดา ศรีธัญญาธรณ์                         โทร          0 2252 9871-7                     อีเมล์ satida.s@abm.co.th

ย้อนกลับ