ประวัติความเป็นมา

‘ฮอนด้า’ สร้างชื่อในเมืองไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 เริ่มจากการจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น แต่ความฝันที่จะเป็นผู้นำยนตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ฮอนด้าไม่หยุดอยู่เพียงแค่รถจักรยานยนต์เท่านั้น

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจรถยนต์ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ภายใต้ชื่อบริษัท ฮอนด้า คาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน และเปิดตัวฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรุ่นแรกในปีพ.ศ. 2527 ต่อมา ย้ายโรงงานผลิตรถยนต์มาก่อตั้งที่ จ. พระนครศรีอยุธยา ในปีพ.ศ. 2539 โดยมีกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี และในปี พ.ศ. 2543 จึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรวมส่วนงานการผลิต และการจัดจำหน่ายเข้าไว้ด้วยกัน และในปี พ.ศ. 2551 ฮอนด้าขยายการลงทุนในประเทศไทยด้วยการเปิดโรงงานแห่งที่ 2 นับเป็นบริษัทในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ที่ดำเนินกิจการเป็นรายหลังๆ ทว่ากลับประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในช่วงระยะเวลาเพียงสองทศวรรษ

ฮอนด้ามีผู้จำหน่ายหลายแห่ง กระจายอยู่แทบทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค

ปัจจุบัน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มีโรงงานผลิตรถยนต์อยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งนอกจากการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายภายในประเทศแล้ว ที่นี่ยังเป็นฐานในการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ เป็นการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

ก้าวสำคัญของฮอนด้า

  • พ.ศ. 2527

    เริ่มการผลิตรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย

  • พ.ศ. 2539

    เปิดโรงงานแห่งแรกที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา

  • พ.ศ. 2540

    ส่งออกรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้

  • พ.ศ. 2541

    ส่งออกรถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด

  • พ.ศ. 2542

    ส่งออกรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค

  • พ.ศ. 2543

    ผลิตรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 40,000 คัน โดยมียอดการส่งออกรวมที่ 6,000 คัน

  • พ.ศ. 2545

    ผลิตฝาสูบและเสื้อสูบ

  • พ.ศ. 2546

    ยอดการส่งออกรวมของรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ซีวิค และแอคคอร์ด กว่า 37,000 คัน

  • พ.ศ. 2547

    เริ่มการส่งออกรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ซ และมียอดการส่งออกรวมกว่า 44,000 คัน

  • พ.ศ. 2548

    - ผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูป ผลิตฝาสูบและเสื้อสูบเครื่องยนต์
    - ลงทุนเพิ่มในโรงงานฉีดขึ้นรูปชิ้นส่วนพลาสติกความเร็วสูงและเครื่องจักรหล่อชิ้นงานแบบหมุนเหวี่ยง ซึ่งเป็นครั้งแรงที่ฮอนด้านำเครื่องจักรเหล่านี้มาใช้ในเอเชียนอกจากประเทศญี่ปุ่น

  • พ.ศ. 2549

    - เพิ่มโรงงานผลิตเพลาลูกเบี้ยว เพลาข้อเหวี่ยง และก้านสูบ รวมทั้งระบบมัลติเทสเตอร์ไดรเวอร์ซิสเต็มส์และศูนย์ทดสอบประสิทธิภาพเครื่องยนต์
    - ส่งออกรถยนต์ ฮอนด้า ซี อาร์-วี

  • พ.ศ. 2550

    ยอดการผลิตรถยนต์สะสมรวมสูงสุด 1 ล้านคัน และปรับกำลังการผลิต 120,000 คันต่อปี

  • พ.ศ. 2551

    เปิดสายพานการผลิตที่ 2 ที่โรงงานฮอนด้าอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

  • มีนาคม พ.ศ. 2555

    กลับมาเดินสายการผลิตอีกครั้งหลังหยุดการผลิต 6 เดือน จากเหตุอุทกภัยปลายปี 2554

  • กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

    ประกาศขยายกำลังการผลิตที่โรงงานฮอนด้าอยุธยา มูลค่า 2,910 ล้านบาท

  • กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

    ประกาศสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าแห่งใหม่ ที่ จ.ปราจีนบุรี มูลค่า 17,150 ล้านบาท

  • กรกฎาคม พ.ศ. 2556

    พิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างโรงงานฮอนด้าปราจีนบุรี ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.ปราจีนบุรี

  • พ.ศ. 2557

    โรงงานฮอนด้าอยุธยาเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 300,000 คันต่อปี

  • มิถุนายน พ.ศ. 2558

    รถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่ผลิตในประเทษไทยรับเครื่องหมาย “ฉลากเขียว”

  • ตุลาคม พ.ศ. 2558

    ผลิตชิ้นส่วนขึ้นรูปพลาสติก (Polymer Injection ณ โรงงานฮอนด้าปราจีนบุรี

  • พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

    บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ประกาศสร้างสนามทดสอบรถยนต์ ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ปราจีนบุรี ด้วยเงินลงทุน 1,700 ล้านบาท

  • กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

    ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ประกอบด้วย เสื้อสูบ ฝาสูบ ก้านสูบ และเพลาข้อเหวี่ยง ที่โรงงานฮอนด้าปราจีนบุรี

  • มีนาคม พ.ศ. 2559

    ผลิตรถยนต์สำเร็จรูปฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 10 เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่โรงงานฮอนด้าปราจีนบุรี

  • กรกฏาคม พ.ศ. 2560

    ฮอนด้าเปิดสนามทดสอบในประเทศไทย เพิ่มศักยภาพการวิจัยและพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

ฝ่ายขาย และบริการ

กล่าวได้ว่า รถยนต์ฮอนด้าเข้าไปนั่งอยู่ในใจคนไทย มิใช่เพียงเพราะผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ รูปลักษณ์สวยงาม และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีเท่านั้น แต่ยังเกิดจากบริการอันยอดเยี่ยม ภายใต้แนวความคิด ลูกค้าเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ไม่ใช่ความสัมพันธ์เพียงแค่ผู้ซื้อผู้ขายเท่านั้น ซึ่งทำให้ฮอนด้าประสบความสำเร็จในเมืองไทยตลอดมา ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน มอบความสุขและอิสระในการใช้ชีวิตในสังคมอย่างยั่งยืน

งานขาย

ปัจจุบันฮอนด้ามีโชว์รูมรถยนต์ทั้งหมดมากกว่า 225 แห่งทั่วประเทศ และยังคงขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีกเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ทุกโชว์รูมของฮอนด้าลูกค้าจะได้พบกับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่และที่ปรึกษาการขายที่พร้อมให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์จริงใจกับลูกค้าทุกคน เพื่อสร้างความสุขและความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาที่ย่อมเยา

ฮอนด้าดำเนินงานตามหลักความยินดี 3 ประการ (Three Joy) ได้แก่ Joy of Buying, Joy of Selling และ Joy of Creating ฮอนด้าต้องการเห็นลูกค้ามีความสุขจากการใช้สินค้าที่มีคุณภาพ การเห็นผู้แทนจำหน่ายสินค้ามีความสุขที่ขายสินค้าได้และมีกำไร และพนักงานฮอนด้าซึ่งเป็นผู้คิดค้นพัฒนา ผลิต และจัดส่งผลิตภัณฑ์ก็จะได้รับความภาคภูมิใจที่ได้เป็นคนที่สร้างสรรค์สินค้าที่ดีให้ผู้จำหน่ายไปขายและให้ลูกค้าไปใช้ จึงเสนอบริการเพิ่มเติม อาทิ บริการเช่าซื้อฮอนด้า ลีสซิ่ง ซึ่งอนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีรูปแบบการเช่าซื้อให้เลือกหลากหลายแบบ รวมทั้งบริการทำประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองสูงเป็นพิเศษจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล อินชัวรันซ์ โปรคเกอร์ จำกัด ซึ่งมีบริษัทประกันภัยชั้นนำหลายแห่งให้เลือกรับบริการ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำรถยนต์ใช้แล้วมาแลกซื้อรถใหม่ หรือซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่ผู้จำหน่าย Honda Certified Used Car โดยที่จะได้รับการประเมินราคาแลกซื้อที่สูงเป็นพิเศษ พร้อมกับการรับประกันในระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

งานบริการ

ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทุกแห่ง ลูกค้าจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากที่ปรึกษาฝ่ายบริการและเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า เพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่เสียเวลา ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าทุกปัญหาจะได้รับการดูแลแก้ไขจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของฮอนด้า ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ทั้งในด้านทฤษฏีและปฏิบัติ พนักงานทุกคนพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและอะไหล่แท้ของฮอนด้า

พนักงานของฮอนด้าพร้อมรับฟังคำแนะนำของลูกค้าอย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ฮอนด้าจึงนำเสนอบริการด่วน “ซุปเปอร์ฟาสต์เทค” (Super Fast Tech) ซึ่งเป็นบริการเช็คระยะเร่งด่วนทุกๆ 10,000 กิโลเมตร ที่ให้ความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ภายใต้สโลแกน “เร็วถูกใจ”

ฮอนด้าใช้อะไหล่แท้ในการให้บริการลูกค้า มีระบบการจัดการด้านอะไหล่ที่สมบูรณ์และการจัดส่งที่รวดเร็ว เพื่อให้ศูนย์บริการฮอนด้าทุกแห่งมีชิ้นส่วนอะไหล่พร้อมให้บริการอย่างเป็นระบบ ซึ่งอะไหล่ทุกชนิดให้การรับประกัน 1 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

ฮอนด้าพร้อมให้บริการดูแลรถยนต์โดยช่างผู้ชำนาญการของฮอนด้าที่ทุ่มเทเอาใจใส่ภายใต้คุณภาพมาตรฐานจากใจฮอนด้า อีกทั้งยังเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าอีกขั้นด้วยโปรแกรมการให้บริการด้านการรับประกันคุณภาพรถยนต์ “ฮอนด้า อัลติเมทแคร์" ราคาเบาๆ ที่ช่วยเพิ่มการรับประกันคุณภาพรถยนต์อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายเรื่องอะไหล่ และค่าแรงในการซ่อมบำรุงที่อาจะเกิดขึ้นในอนาคต

ฮอนด้าสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยด้วยการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24 hr Roadside Assistance) ซึ่งเป็นบริการสำหรับผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น ที่จะได้รับสิทธิพิเศษฟรีในการเป็นสมาชิกในระยะเวลารับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ฮอนด้าให้การบำรุงรักษารถที่คุณรักอย่างต่อเนื่องและสบายใจกับแพ็กเกจเช็คระยะ “ฮอนด้า เพย์เซฟ” โปรแกรมเช็คระยะเริ่มต้นที่ 30,000 กิโลเมตรขึ้นไป ที่มาพร้อมส่วนลดค่าแรง และค่าอะไหล่สูงสุดถึง 15% ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ใช้ได้กับศูนย์บริการของฮอนด้าทั่วประเทศ

ฝ่ายผลิต

สู่ความเป็นผู้นำการผลิตรถยนต์แบบครบวงจร

โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่ตั้ง สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อยุธยา ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ 530 ไร่

โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดปราจีนบุรี

ที่ตั้ง สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ปราจีนบุรี (เฟส 1) ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
พื้นที่ 1,600 ไร่ (ประมาณ 2.56 ล้านตารางเมตร) โดยมีพื้นที่อาคารสำนักงาน และอาคารโรงงาน 134 ไร่ (ประมาณ 214,000 ตารางเมตร)

สายงานการขึ้นรูปชิ้นส่วน
มีการใช้เทคโนโลยี Hexa Feeder Robot ในการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนด้วยความเร็วสูง และมีสายการผลิตที่เหมาะสมกับการทำงานตามหลักการยศาสตร์ โดยได้ติดตั้งเครื่อง Auto Piling มาใช้แทนกำลังคนในการยกชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก

สายงานการเชื่อมประกอบโครงสร้างตัวถังรถยนต์
มีการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะ สมาร์ท จี ดับบลิว High Speed Servo Robot และ Servo Motor ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมตัวถัง และมีระบบสายพานลำเลียงชิ้นส่วนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังน้ำ เพื่อทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า

สายงานการพ่นสี
มีการใช้น้ำเป็นตัวละลาย (Water Borne Paint) ในขั้นตอนการพ่นสีแทนการใช้ทินเนอร์ และใช้กระบวนการเคลือบสี 3 ชั้น อบสีให้แห้ง 2 ครั้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพ่นสี ลดการใช้พลังงานและลดปริมาณสารระเหย

สายงานการฉีดขึ้นรูปพลาสติก
มีระบบหุ่นยนต์พ่นสีแบบแขวนผนัง ที่สามารถลดปริมาณสีที่ใช้ในการพ่น ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของสีได้ดียิ่งขึ้น

สายงานการประกอบรถยนต์
มีการนำเทคโนโลยี ARC Line (Assembly Revolution Cell) มาประยุกต์ใช้ คือมีสายการผลิตหลักรวมกับระบบการผลิตแบบเซลล์ โดยพนักงานหนึ่งคนรับผิดชอบการผลิตและประกอบชิ้นส่วนในหลายขั้นตอน ซึ่งเป็นหลักการลดการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าของพนักงาน จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งยังสามารถเปลี่ยนโครงสร้างของสายการผลิตให้สอดคล้องกับแผนการผลิตในอนาคตอีกด้วย

สายงานการควบคุมการรับและส่งชั้นส่วน
มีระบบ DPS (Digital Picking System) เพื่อลำเลียงชิ้นส่วนเข้าสู่สายการผลิตได้อย่างรวดเร็วถูกต้อง และแม่นยำ

สายงานการผลิตเครื่องยนต์
มีระบบ AGV (Automated Guided Vehicles) ที่เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง เพื่อลำเลียงเครื่องยนต์สำเร็จรูปไปยังสายงานการประกอบรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว

ยกระดับศักยภาพการผลิตรถยนต์ไทย

ทีมวิจัยและพัฒนาของฮอนด้า มีการพัฒนายกระดับขีดความสามารถในการผลิตของฮอนด้าไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนและร่วมกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในการพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ ให้มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานของฮอนด้าทั่วโลก มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทยเพื่อเพิ่มทักษะของพนักงาน ในปี พ.ศ. 2548 ฮอนด้าได้ก่อตั้งบริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิก จำกัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนารถยนต์ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย โดยดูแลและรับผิดชอบด้านการวางแผนพัฒนา การออกแบบ การวิจัยและทดสอบผลิตภัณฑ์รถยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าสูงสุด

มาตรฐานระดับโลก

โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ ว่ามีศักยภาพการผลิตสูงโดยได้รับการรับรองระบบการจัดการคุณภาพมาตรฐานการผลิต ISO 9002 ในปีพ.ศ. 2541 และ ISO 9001:2000 ในปีพ.ศ. 2544 และการรับรองระบบมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ในปี พ.ศ. 2542 ยืนยันได้ถึงความเป็นผู้นำในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

คุณภาพฮอนด้า
คุณภาพเดียวกันทั้วทั้งโลก

ธุรกิจของฮอนด้าในประเทศไทยได้ขยายตัวไปทั่วโลก เพราะไม่เพียงผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศและการส่งออกเท่านั้น แต่โรงงานของฮอนด้าในประเทศไทยยังมีบทบาทในการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ส่งไปยังโรงงานประกอบรถยนต์ของฮอนด้าตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก อีกทั้งด้วยมาตรฐานการผลิตในระดับสากล ทำให้รถยนต์ฮอนด้าที่ผลิตในประเทศไทยได้รับการยอมรับและส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี

ด้วยความตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ฮอนด้าจึงดำเนินการตามพันธสัญญาที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคม ฮอนด้าได้ส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในทุกๆ กิจกรรมขององค์กร ด้วยการทุ่มเทคิดค้นพัฒนายานยนต์ที่มีความแตกต่างตามแนวคิดของฮอนด้าเพื่อสังคมอันยั่งยืน และตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีพลังงาน

ฮอนด้าจึงกำหนด “ทิศทางในอีก 10 ปี ข้างหน้า” ที่ประกาศไปเมื่อปี 2010 ในการที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุด แก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาที่ย่อมเยา และมี CO2 ต่ำ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฮอนด้ามุ่งมั่นคิดค้นเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ และนำเสนอผลิตภัณฑ์นั้นเพื่อสร้างความพึงพอใสูงสุดให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ในฐานะผู้ผลิตยานยนต์ ฮอนด้าพยายามริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อลดการปล่อย CO2 เสมอมา

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

ฮอนด้าคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีมากมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และยังคงเดินหน้าวิจัยพัฒนาปรับปรุงและนำเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นสูง จี - ฟอร์ซ คอนโทรล (G-CON) มาใช้กับรถยนต์ฮอนด้าเพื่อลดแรงกระแทกจากการชนกัน เทคโนโลยี G-CON จะช่วยปกป้องคุ้มครองทั้งตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลในรถยนต์คันอื่นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ฮอนด้ายังนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ มาใช้ในผลิตภัณฑ์ อาทิ ระบบถุงลมนิรภัยอัจฉริยะคู่หน้า i-SRS ซึ่งจะประสานการทำงานกับเข็มขัดนิรภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความปลอดภัยภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบตรวจสอบตำแหน่งท่านั่งของผู้โดยสารด้านหน้า (Occupant Position Detection System: OPDS) ระบบควบคุมการทรงตัว VSA พร้อมระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS ระบบเบรคป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรคอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ซึ่งจะควบคุมแรงเบรคที่ล้อหน้าและล้อหลังตามน้ำหนักบรรทุก และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist เป็นต้น

ในส่วนของการปกป้องผู้ใช้ถนน รถยนต์ฮอนด้าในอนาคตจะใช้ตัวถังที่ออกแบบมาเพื่อลดการบาดเจ็บของคนเดินถนน ด้วยเทคโนโลยีซึ่งวิจัย พัฒนาและทดสอบโดยทีมงานฮอนด้า ที่ศูนย์ทดสอบการชนจากสภาพจริง (Real World Crash Test Facility) ซึ่งอยู่ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนา ฮอนด้า อาร์ แอนด์ ดี เมืองโตชิกิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำการทดสอบการชนระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ในทุกทิศทาง

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยแล้ว ฮอนด้ายังได้ริเริ่มการรณรงค์และส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน โดยในปีพ.ศ.2552 ได้ตั้งศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยอย่างครบวงจรแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซี่ยน และเพียบพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านการฝึกอบรมที่มีมาตรฐาน อันเป็นผลให้การฝึกมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งสามารถรองรับการฝึกขับขี่ได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตั้งแต่หลักสูตรระดับพื้นฐานจนกระทั่งถึงระดับฝึกทักษะขั้นสูง และที่สำคัญได้รับการรับรองจากกระทรวงคมนาคม

สำหรับศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าแห่งใหม่ หรือ Honda Safety Driving Center ตั้งอยู่ ณ ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยมีเนื้อที่กว้างขวางรวมทั้งสิ้นถึง 20.5 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับใช้ในการจัดฝึกอบรมกว่า 20,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารสำนักงานที่มีห้องฝึกอบรมภาคทฤษฎีรวมทั้งหมด 4 ห้อง ซึ่งสามารถขยายรวมกันเป็นห้องใหญ่ที่รองรับผู้เข้าร่วมอบรมได้มากถึง 300 คน และพื้นที่ฝึกอบรมภาคปฏิบัติในรูปแบบของสนามฝึกอบรมการขับขี่ แยกเป็นสนามฝึกสำหรับรถจักรยานยนต์, รถยนต์ และสนามฝึกที่ผนวกเพื่อใช้สำหรับการฝึกขับขี่รถทั้งสองประเภท

พันธสัญญาเพื่อสิ่งแวดล้อม

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา ฮอนด้าได้ตั้งปณิธานที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้กับโลกของเราจากผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ภายใต้พันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children ยังสะท้อนผ่านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีของฮอนด้าในหลายมิติ ได้แก่ ยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติและไฮบริด รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ๆ เช่น โซล่าเซลล์ อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ของฮอนด้า การวิจัยและพัฒนาบ้านพลังงานอัจฉริยะ (Honda Smart Home System) โครงการต้นแบบเพื่อการอยู่อาศัยในสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต เป็นต้น

"ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าคิดค้นยนตรกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางเพื่อปกป้องสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่และลูกหลานของเราในอนาคต"

ฮอนด้าตระหนักดีว่า วิธีดำเนินธุรกิจจะสะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงพันธสัญญาที่องค์กรมีต่อสิ่งแวดล้อม ฮอนด้าจึงพยายามหาวิธีลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ดังเช่น สนับสนุนให้ศูนย์บริการ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิตชิ้นส่วนและองค์กรพันธมิตรอื่นๆ นำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม อาทิ ระบบจัดการขยะและโครงการลดมลภาวะทางอากาศไปปฏิบัติ และนำชิ้นส่วนรถยนต์ที่หมดอายุแล้วกลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่

ฮอนด้าได้คิดค้นและหาแนวทางที่หลากหลาย เพื่อการนำชิ้นส่วนที่หมดอายุการใช้งานแล้วนำกลับมาใช้ให้เกิดเป็นประโยชน์ตามหลักการ LCA (Life Cycle Assessment ) ซึ่งฮอนด้าเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่สามารถนำกันชนรถยนต์ซึ่งหมดสภาพแล้ว นำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นก้านดึงปุ่มกดล็อกประตูรถยนต์ รวมทั้งยังมีแผนที่จะนำเม็ดพลาสติกซึ่งได้จากการรีไซเคิลกันชนรถยนต์ มาผลิตเป็นบังโคลน และแผ่นรองใต้ตัวถังรถยนต์ในอนาคต

นอกจากนี้ ชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุแล้ว อาทิ ยางรถยนต์และน้ำมันเครื่องใช้แล้ว จะถูกรวบรวมจากศูนย์บริการต่างๆของฮอนด้าเพื่อนำไปสังเคราะห์ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาซีเมนต์ โดยวิธีดังกล่าว จึงเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาขยะตกค้าง และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของพันธสัญญาเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งฮอนด้าทั่วทั้งโลกมุ่งมั่นตั้งใจทำให้สำเร็จให้จงได้ สมดังวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมของฮอนด้า ที่ต้องการให้โลกก้าวสู่การเป็น “สังคมที่ยั่งยืน ซึ่งผู้คนสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” (a Sustainable Society where People Can Enjoy Life)

โรงงานสีเขียว

“โรงงานสีเขียว” เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของฮอนด้า ที่กำหนดให้โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าทั่วโลก มีระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งมีระบบบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรอื่นๆ ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับแนวคิดดังกล่าว โดยแบ่งเป็น 6 แนวทางดังนี้

  • ลดปริมาณขยะอันตรายที่ส่งออกสู่ภายนอกให้เป็นศูนย์
  • ควบคุมการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม
  • นำระบบจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันกับชุมชนในท้องถิ่น
  • ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม
  • สนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม

ฮอนด้ามุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรมในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ โดยมีระบบการจัดการเรื่องน้ำ ขยะ พลังงานอย่างชัดเจน ดังเช่นที่มีการกำหนดนโยบาย โรงงานสีเขียว สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่สังคม ตลอดจนอนุรักษ์พลังงานและใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด