กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ผนึกกำลังเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า กระจายการส่งมอบ “หน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก” 1,000 ชิ้น และเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ 100 ตัว ไปยัง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเคียงข้างชาวไทย ต้านภัยโควิด-19

18 มีนาคม 2564

News Image
News Image
/
ในวันนี้ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย และกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะส่งมอบความช่วยเหลือเพื่อเคียงข้างคนไทยในการก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยได้ผนึกกำลังเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ เริ่มดำเนินการกระจายการส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก จำนวน 1,000 ชิ้น พร้อมทั้งเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า จำนวน 100 ชิ้น รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ให้แก่กรมการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด เพื่อนำไปจัดสรรและใช้งานทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ตามความต้องการของแต่ละจังหวัดต่อไป โดยเริ่มดำเนินการส่งมอบตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม และจะเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน 2564
 
News Image

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร

กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

ในฐานะตัวแทนกองทุนฮอนด้าฯ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยผลักดันให้นวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและบวก ผลิตได้สำเร็จและสามารถนำมาใช้งานจริง เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อแก่บุคลากร ทางการแพทย์และให้การรักษาแก่ผู้ป่วย ทั้งวิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์หน้ากากฯ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่ร่วมทดสอบและรับรองการรั่วซึม คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช ที่ร่วมทดสอบและรับรองการใช้งาน และที่สำคัญคือ ลูกค้าฮอนด้าทุกท่านที่มีส่วนร่วม ในการช่วยเหลือสังคมผ่านการซื้อรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ในครั้งนี้เครือข่าย ผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ได้ร่วมผนึกกำลัง ดำเนินการส่งมอบไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยหวังว่านวัตกรรมนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ได้

นวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก ของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือตัวหน้ากาก ท่อแรงดันอากาศ และเครื่องผลิตแรงดันอากาศ โดยมีหลักการทำงานและประโยชน์ ดังนี้
  • เมื่อปรับระบบให้เป็นฟังก์ชันแรงดันบวก จะเปลี่ยนเป็น “หน้ากากแรงดันบวก” ให้บุคลากรทางการแพทย์สวมใส่ เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยระบบจะทำการกรองอากาศที่ปนเปื้อนจากภายนอกเข้ามาภายในหน้ากาก
  • เมื่อปรับระบบให้เป็นฟังก์ชันแรงดันลบ จะเปลี่ยนเป็น “หน้ากากแรงดันลบ” ให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ
    โควิด-19 สวมใส่ในระหว่างการเคลื่อนย้ายไปทำการรักษาภายในโรงพยาบาล เพื่อช่วยป้องกันเชื้อไม่ให้กระจายไปสู่ผู้อื่น โดยระบบจะทำการกรองอากาศที่ปนเปื้อนจากภายในหน้ากากก่อนปล่อยสู่ภายนอก
  • อากาศที่ปนเปื้อนทั้งจากภายในหน้ากากแรงดันลบ และภายนอกหน้ากากแรงดันบวก จะถูกกรองผ่านฟิลเตอร์ HEPA ระดับ 14 ซึ่งมีความสามารถในการกรองได้ละเอียดถึง 0.3 ไมครอน อากาศที่ถูกกรอง จะมีความบริสุทธ์ถึง 99% (มีประสิทธิภาพในการกรองสูงกว่าหน้ากาก N95) นอกจากนี้
    ยังมีระบบ Microcontroller ที่สามารถปรับความเร็วของพัดลมได้ถึง 5 ระดับ ช่วยให้อากาศถ่ายเทและลดความร้อนในการสวมใส่ มีน้ำหนักเบาเพราะใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งสามารถทำงาน
    ได้อย่างต่อเนื่องถึง 4-6 ชั่วโมง
News Image
News Image
News Image
News Image
News Image
News Image
/
แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เราทุกคนต้องไม่ประมาท และร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นอีกครั้ง กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย และกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ขอเป็นกำลังใจและจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างคนไทย เพื่อช่วยเหลือ แบ่งปัน เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดีอีกครั้ง และจะเดินหน้าสร้างความสุขให้กับคนไทยต่อไป
News Image
วิดีโอ “รู้จักหน้ากากแรงดันลบและบวก นวัตกรรมป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย”
คลิก http://youtu.be/NcJmG3203tg


 

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

News Image

“โปรพราว” ชเนตตี วรรณแสน คว้าตำแหน่งผู้ชนะรอบคัดเลือก National Qualifiers 2021 เตรียมดวลวงสวิงกับเหล่านักกอล์ฟหญิงระดับโลก ใน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021” พฤษภาคมนี้

31 มีนาคม 2564

News Image

Honda announces the appointment of Mr. Pitak Pruittisarikorn as the Chairman of the Board of Honda Automobile (Thailand) Co., Ltd.

22 มีนาคม 2564

อัปเดตข่าวสารใหม่ๆ
ที่คุณไม่ควรพลาด!

BACK TO TOP
BACK TO TOP